รถบรรทุกคันหนึ่งจอดอยู่กลางห้องนิทรรศการ ครึ่งหน้ายังเป็นรถจริง มีกระจกแตก มีสนิม มีกันชนดำที่บิดเบี้ยว ส่วนครึ่งหลังของมันคือตู้ลิ้นชักไม้หลายใบวางซ้อนกัน มีคนวาดล้อรถลงบนบานลิ้นชักไว้เฉยๆ เหมือนกำลังบอกว่าตรงนี้ควรจะมีล้อ

Fumiaki Aono ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่เกิดในเซนไดเมื่อปี 1968 ทำงานแบบนี้มาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 เขาเรียกสิ่งที่ทำว่าการซ่อม แต่เป็นการซ่อมที่ไม่พยายามทำให้เหมือนเดิม
ซ่อมของที่ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิม
วิธีทำงานของเขาเริ่มจากของที่พังไปแล้วครึ่งหนึ่ง ตู้เสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง ประตูรถที่หลุดมา ป้ายร้านที่หัก แล้วเขาจะสร้างส่วนที่หายไปขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุอื่น ไม้อัด ไม้เก่า เสื้อผ้า หรือของที่เก็บมาจากที่อื่น ผลลัพธ์จึงไม่ใช่ของที่กลับมาสมบูรณ์ แต่เป็นของที่มีรอยต่อชัดเจนระหว่างสิ่งที่เคยเป็นกับสิ่งที่ถูกเติมทีหลัง

คำที่เขาใช้เรียกงานชุดนี้มาตลอดคือ Mending และ Restoration ในคอลเลกชันของ Mori Art Museum มีงานของเขาแปดชิ้น หลายชิ้นเป็นงานยุคแรกจากอาราฮามะ ย่านชายฝั่งของเซนได และมีชิ้นหนึ่งชื่อยาวมากที่ระบุตรงๆ ว่าเป็นการซ่อมเทปคาสเซ็ตที่เก็บมาจากอาราฮามะ เขตวาตาริ หลังแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิปี 2011
ตรงนั้นคือจุดที่งานของเขาเปลี่ยนน้ำหนัก ของที่พังในมือเขาไม่ใช่ขยะที่รอเปลี่ยนรูป แต่คือของที่เคยอยู่ในบ้านของใครบางคน
คนไม้ที่โผล่ออกมาจากลิ้นชัก

ในงานชิ้นใหญ่ ตู้ลิ้นชักถูกซ้อนกันขึ้นไปจนสูงเท่าอาคาร ช่องลิ้นชักที่ดึงออกกลายเป็นหน้าต่าง และมีร่างคนตัดจากไม้อัดโผล่ออกมาชะโงกดูข้างล่าง บางร่างปีนอยู่ข้างนอก บางร่างยืนเรียงกันบนพื้นเหมือนคนที่เพิ่งลงมาจากตึก มีเสาไม้ยื่นออกด้านข้างพร้อมถุงพลาสติกใสห้อยเป็นแถวคล้ายกิ่งไม้ที่ติดเศษของ

อีกชิ้นหนึ่งมีจักรยานคันจริงเกาะอยู่บนยอดตู้ พร้อมรองเท้าผ้าใบ ลูกฟุตบอล ขวดพลาสติก และกรวยจราจรที่ผุดออกมาจากด้านข้างตู้เหมือนของที่ถูกน้ำพัดมากองรวมกันแล้วค้างอยู่ตรงนั้น ร่างคนไม้สามร่างยืนอยู่บนยอดโดยไม่มีหน้าตา
ความไม่มีหน้าตานั้นสำคัญ เพราะมันทำให้เราไม่ได้ดูใครคนใดคนหนึ่ง แต่ดูตำแหน่งที่คนเคยอยู่

ในงานขนาดเล็กลงมา เขาเอาชั้นหนังสือเก่ามาใส่รูปคนตัวเล็กๆ ที่ตัดจากไม้แล้วต่อกับเศษภาพถ่ายขาวดำ ยืนเรียงกันเป็นร้อยตัวบนทุกชั้น บางตัวเป็นคนในชุดสูทจากรูปเก่า บางตัวเป็นแค่รูปทรงคนที่ยังไม่ถูกระบุว่าเป็นใคร มันดูเหมือนอัลบั้มรูปที่ลุกขึ้นยืนได้
ระหว่างของกับความทรงจำ

Aono เคยอธิบายว่าความคิดเรื่องการฟื้นฟูของเขาขยับพ้นจากเรื่องรูปทรงทางกายภาพไปแล้ว มันกลายเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งรวมทั้งประวัติศาสตร์ ความทรงจำ ตำนานเก่า และจิตใต้สำนึกเข้าไว้ด้วยกัน
วิธีคิดแบบนี้ไม่ห่างจากที่ Zemer Peled ทุบพอร์ซเลนให้แตกแล้วประกอบกลับเป็นดอกไม้ คือทั้งคู่ไม่ได้ปกปิดรอยแตก แต่ให้รอยแตกเป็นตัวเล่าเรื่อง ต่างกันตรงที่ Aono ไม่ได้ทุบอะไรเอง เขารอให้เวลาและเหตุการณ์ทำหน้าที่นั้นก่อน แล้วค่อยเข้าไปทำงานกับสิ่งที่เหลือ
ของในบ้านเรามีอายุยืนกว่าที่เราคิด ตู้ที่พ่อแม่ซื้อมาก่อนเราเกิด เก้าอี้ที่ย้ายบ้านตามมาสามรอบ วันหนึ่งของพวกนี้จะออกไปอยู่ริมถนน แล้วก็จะมีคนมองมันในฐานะอย่างอื่น คำถามคือเรามองมันแบบไหนตอนที่มันยังอยู่กับเรา
ติดตามผลงานของศิลปินได้ที่ aono-fumiaki.com และอินสตาแกรม @aono_fumiaki
ที่มา: Fumiaki Aono, Mori Art Museum Collection, Colossal
Photo credit: Fumiaki Aono
ชวนดูของในเว็บ

สมุดโน้ตทำมือ ปกผ้า เย็บกี่ ของอีกชิ้นที่ทำขึ้นเพื่อเก็บสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเอาไว้ และยิ่งใช้ไปนาน ยิ่งเป็นของเจ้าของมากขึ้น
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด