ตัวอักษรบนป้ายทางหลวงอเมริกันมีอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยเข้าท่าถ้าดูใกล้ๆ ตัว a อ้วนเกินไป ตัว l มีหางงอออกมาเฉยๆ ปลายเส้นตัดตรงแบบไม่ประณีต ช่องว่างระหว่างตัวอักษรก็ไม่สม่ำเสมอ แต่พอมองจากรถที่วิ่งด้วยความเร็วร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะสองร้อยเมตร ตอนกลางคืน มันกลับอ่านง่ายกว่าตัวอักษรที่สวยกว่าเกือบทุกตัว

ป้ายทางออกสีเขียวบนทางหลวงอเมริกัน เขียนว่า Niagara Falls State Park ด้วยตัวอักษร Highway Gothic
ภาพ: Laura Mann / Unsplash

ฟอนต์ Interstate ของ Tobias Frere-Jones เกิดขึ้นจากความไม่เข้าท่าที่ใช้งานได้ดีชุดนี้ ต้นทางของมันคือชุดตัวอักษรที่คนอเมริกันเรียกกันเล่นๆ ว่า Highway Gothic ซึ่งไม่ได้ถูกวาดโดยนักออกแบบตัวพิมพ์คนไหนเลย

วิศวกรวาดตัวอักษร

ปี 1949 หน่วยงานทางหลวงกลางของสหรัฐฯ ต้องการชุดตัวอักษรมาตรฐานสำหรับป้ายบนระบบทางหลวงระหว่างรัฐที่กำลังจะสร้าง งานตกไปอยู่กับ Dr. Theodore W. Forbes ซึ่งเป็นวิศวกร ไม่ใช่นักออกแบบ โดยมี J.E. Penton และ E.E. Radek ช่วยงาน ผลลัพธ์คือชุดที่เรียกว่า FHWA Series แบ่งเป็นชุด A ถึง F ตามความกว้างของตัวอักษร ให้เลือกใช้ตามพื้นที่ป้ายที่มี

ป้ายทางหลวงสีเขียวชี้ไปวอชิงตันและชาร์ลอตต์ ในแสงเย็นก่อนพายุ
ภาพ: Justin Dyer / Unsplash

เกณฑ์ในการวาดไม่มีคำว่าสวยอยู่เลย มีแต่ระยะที่อ่านออก ขนาดตัวอักษรต่อความเร็วรถ และพฤติกรรมของแสงไฟหน้ารถที่สะท้อนกลับจากแผ่นสะท้อนแสงบนป้าย ตัวอักษรจึงถูกออกแบบให้ช่องว่างภายในเปิดกว้าง ปลายเส้นตัดตรงเพื่อไม่ให้แสงบานกินรูปทรง และตัวพิมพ์ใหญ่กับตัวพิมพ์เล็กมีความต่างกันชัดในระดับที่เห็นได้จากไกล

Frere-Jones เคยพูดถึงชุดนี้ไว้ทำนองว่ามันอเมริกันมากในแบบที่จับๆ ยัดๆ เข้าด้วยกันแล้วเอาขึ้นป้ายเลย ความไม่เนี้ยบนั้นแหละที่กลายเป็นเสน่ห์

เอาความไม่เนี้ยบขึ้นมาบนกระดาษ

ป้ายทางหลวงสีเขียวแสดงเส้นทาง 101 East และ Interstate 10 กับ 5 บนท้องฟ้าสีฟ้า
ภาพ: Karlis Reimanis / Unsplash

ระหว่างปี 1993 ถึง 1995 Frere-Jones ที่ตอนนั้นทำงานอยู่กับ Font Bureau เริ่มวาด Interstate ขึ้นมาเป็นการคารวะ Highway Gothic เขาไม่ได้แก้ความประหลาดออกให้หมด กลับเลือกเก็บมันไว้อย่างจงใจ ทั้งปลายเส้นที่ตัดเฉียง ทั้งสัดส่วนที่กว้างผิดปกติ แล้วไปจัดการเรื่องอื่นแทน คือระยะห่างระหว่างตัวอักษร น้ำหนักที่หลากหลายพอสำหรับงานพิมพ์ และรายละเอียดที่ทำให้อ่านเป็นย่อหน้ายาวๆ ได้โดยไม่ล้า

ผลคือฟอนต์ที่พาความรู้สึกของถนนอเมริกันเข้ามาในงานสิ่งพิมพ์และงานแบรนด์ยุคเก้าศูนย์ได้ทั้งชุด ป้ายบอกทางที่ไม่มีใครคิดว่าเป็นงานออกแบบ กลายเป็นภาษาภาพที่บริษัทและนิตยสารหยิบไปใช้ เรื่องนี้เดินทางคล้ายกับ Gotham ที่เกิดจากตัวอักษรบนอาคารเก่าในนิวยอร์ก คือมีคนไปมองสิ่งที่คนอื่นเดินผ่านทุกวัน แล้วเห็นว่ามันเป็นตัวพิมพ์ได้ ทุกวันนี้ Interstate อยู่ในคอลเลกชันของ MoMA

ป้ายบอกทางสีเขียวเก่าซีดเขียนว่า Lyons Estes Park ริมถนนในโคโลราโด
ภาพ: Malachi Brooks / Unsplash

ตัวจริงบนถนนยังเถียงกันอยู่

ขณะที่ฉบับสำหรับกระดาษเดินหน้าไปไกล ฉบับที่อยู่บนถนนจริงกลับมีเรื่องยืดเยื้อ ปี 2004 หน่วยงานทางหลวงอนุมัติชั่วคราวให้ใช้ฟอนต์ชื่อ Clearview แทน Highway Gothic บนป้ายบอกทางตัวอักษรขาวพื้นเขียว โดยงานวิจัยตอนนั้นชี้ว่าคนขับสูงอายุอ่านได้ไกลขึ้น

ปี 2016 หน่วยงานเดียวกันยกเลิกการอนุมัตินั้น หลังงานวิจัยชุดหลังไม่ยืนยันผลเดิม แล้วปี 2018 สภาคองเกรสสั่งให้นำการอนุมัติกลับมาอีกครั้ง แต่หน่วยงานยังยืนยันว่าไม่ได้แนะนำหรือรับรอง Clearview แต่อย่างใด

ภาพมุมสูงของทางแยกต่างระดับบนทางหลวงอเมริกันในแสงเช้า
ภาพ: Nathaniel Hutcheson / Unsplash

ระหว่างที่การถกเถียงยังไม่จบ ตัวอักษรที่วิศวกรคนหนึ่งวาดขึ้นเมื่อเจ็ดสิบกว่าปีก่อนก็ยังยืนอยู่บนป้ายเกือบทุกป้ายในประเทศ อ่านโดยคนหลายร้อยล้านคนต่อวัน โดยที่แทบไม่มีใครรู้ว่ามันมีชื่อ

งานออกแบบที่ดีที่สุดบางชิ้นถูกวาดโดยคนที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังออกแบบอะไร แค่กำลังแก้ปัญหาหนึ่งข้อให้จบ แล้วปล่อยให้เวลาเป็นคนตัดสินว่ามันคืออะไรกันแน่

ที่มา: Frere-Jones Type, MoMA collection, FHWA MUTCD Interim Approval IA-5

Photo credit: Laura Mann, Justin Dyer, Karlis Reimanis, Malachi Brooks, Nathaniel Hutcheson / Unsplash


ชวนดูของในเว็บ

โปสการ์ดเซ็ต 6 ใบ ลายเมือง

โปสการ์ดเซ็ต 6 ใบ ลายเมือง ของอีกชิ้นที่เก็บชื่อสถานที่เอาไว้เหมือนป้ายบอกทาง เพียงแต่ย่อลงมาให้พอดีมือ

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด