ปกกระดาษสีส้มอมแดงขนาดเท่าฝ่ามือ พิมพ์คำว่า LNER ไว้กลางวงรีสีดำ ใต้ลงมาบอกว่าเป็นตารางเดินรถฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม ถึง 24 กันยายน 1939 มุมล่างระบุราคาไว้ว่าหนึ่งเพนนี ของชิ้นนี้ถูกผลิตมาให้คนซื้อ อ่าน แล้วทิ้ง แต่ตัวอักษรบนปกยังอยู่กับเราถึงวันนี้ ชื่อของมันคือ Gill Sans

คนที่วาดตัวอักษรชุดนี้ไม่ได้เริ่มจากการเป็นนักออกแบบตัวพิมพ์ Eric Gill เป็นช่างแกะหินและประติมากร งานประจำของเขาคือการสลักตัวอักษรลงบนแผ่นหินหน้าหลุมศพและอนุสรณ์สถาน มือที่ชินกับสิ่วกับค้อนมองตัวอักษรไม่เหมือนมือที่ชินกับปากกา ความหนาบางของเส้นไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจทางกราฟิก แต่เกิดจากมุมที่คมสิ่วเข้าไปกินเนื้อหิน
ก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นลูกศิษย์ของ Edward Johnston คนที่วาดตัวอักษรให้รถไฟใต้ดินลอนดอนในปี 1916 และ Gill เคยเข้าไปช่วยงานชุดนั้นอยู่ช่วงหนึ่ง ตัวอักษรของ Johnston จึงเป็นพื้นที่ที่เขายืนอยู่แล้ว ไม่ใช่โจทย์ที่ต้องคิดขึ้นใหม่ทั้งหมด สิ่งที่เขาเปลี่ยนคือรายละเอียดของตัวเล็ก เช่น g สองห่วง และตัว R ที่ปลายขาสะบัดโค้งออกไปแบบที่ Johnston ไม่ทำ

เรื่องเริ่มจริงจังในปี 1926 เมื่อ Gill รับงานเขียนป้ายหน้าร้านหนังสือของ Douglas Cleverdon ที่เมืองบริสตอล งานเล็กๆ ชิ้นเดียว ตัวอักษรไม่มีเชิงทาบนแผ่นไม้เหนือประตูร้าน Stanley Morison ที่ปรึกษาด้านแบบตัวพิมพ์ของ Monotype เห็นป้ายนั้นเข้า แล้วชวนให้ Gill ขยายมันเป็นชุดตัวพิมพ์จริง สองปีต่อมา Monotype ก็ปล่อยออกมาในชื่อ Gill Sans
ฟอนต์ไม่ได้อยู่รอดเพราะสวย มันอยู่รอดเพราะมีคนสั่งพิมพ์มันซ้ำทุกวัน ปี 1929 บริษัทรถไฟ London and North Eastern Railway ตัดสินใจใช้ Gill Sans เป็นตัวอักษรมาตรฐานของทั้งองค์กร ตารางเวลา ใบปลิว โปสเตอร์ ป้ายสถานี ไปจนถึงแผ่นชื่อบนหัวรถจักร ทุกอย่างถูกจัดใหม่ให้อยู่ในตัวอักษรชุดเดียว นิตยสาร Monotype Recorder ปี 1933 พิมพ์หน้าเปรียบเทียบใบปลิวก่อนและหลังไว้ให้ดู ด้านซ้ายคือของเดิมที่ใช้ตัวมีเชิง ด้านขวาคือของใหม่ ตารางค่าโดยสารชุดเดียวกันเป๊ะ แต่อ่านง่ายขึ้นคนละเรื่อง


ปี 1935 Allen Lane เปิดสำนักพิมพ์ Penguin Books ด้วยหนังสือปกอ่อนราคาหกเพนนี Edward Young ออกแบบปกเป็นแถบสามชั้น สีบอกหมวดหนังสือ ส้มคือนวนิยาย เขียวคืองานสืบสวน น้ำเงินคือชีวประวัติ ชื่อเรื่องและชื่อคนเขียนวางอยู่ในแถบสีขาวกลางปก พิมพ์ด้วย Gill Sans ปกแบบนี้ไม่มีภาพประกอบเลย ทั้งหน้ามีแต่สี แถบ นกเพนกวิน และตัวอักษร

จากนั้น Gill Sans ก็ไหลเข้าไปในองค์กรอังกฤษเกือบทุกแห่งที่ต้องคุยกับคนหมู่มาก BBC ใช้มันยาวหลายสิบปี ตั้งแต่ตัวอักษรบนประตูรั้วสถานีไปจนถึงงานพิมพ์ภายใน British Railways รับต่อจาก LNER โบสถ์ ห้องสมุด และหน่วยงานท้องถิ่นหยิบไปใช้กับป้ายบอกทาง มันกลายเป็นน้ำเสียงแบบหนึ่งของประเทศ เสียงที่ไม่ตะโกน ไม่ประดับ แต่ก็ไม่เย็นชาเท่าตัวอักษรสวิสที่จะมาทีหลัง

เรื่องที่คนพูดถึงน้อยกว่าคือ Gill Sans ไม่ใช่ฟอนต์ที่ทำงานได้ดีทุกขนาด นักออกแบบตัวพิมพ์อย่าง Ben Archer เคยเขียนวิจารณ์อย่างละเอียดว่าความกว้างของตัวอักษรในชุดนี้ไม่สม่ำเสมอ ตัว C กับ E แคบเกินไปเมื่อวางข้างตัว O ที่กลมสนิท ระยะห่างระหว่างตัวก็บีบ พอเรียงเป็นเนื้อความยาวในขนาดเล็ก บรรทัดจะดูอึดอัดกว่าที่ควร จุดที่มันแข็งจริงอยู่ที่ขนาดใหญ่ ทั้งป้าย ปกหนังสือ และหัวเรื่อง ที่ซึ่งตัวอักษรมีที่ยืนพอให้คนเห็นสัดส่วนของมัน
อีกเรื่องที่หลีกไม่ได้เมื่อพูดถึงฟอนต์นี้คือตัวคนออกแบบเอง ปี 1989 หนังสือชีวประวัติของ Fiona MacCarthy เปิดเผยบันทึกส่วนตัวของ Gill ที่ระบุถึงการล่วงละเมิดคนในครอบครัวของเขาเอง วงการออกแบบถกกันมาตั้งแต่นั้นว่างานควรถูกแยกออกจากคนได้แค่ไหน คำตอบยังไม่ลงตัว แต่การรู้ไว้ก็ทำให้การหยิบฟอนต์นี้ไปใช้กลายเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ความเคยชิน
ปี 2015 Monotype ปล่อยชุด Gill Sans Nova ที่ George Ryan เก็บงานใหม่ ขยายน้ำหนักและความกว้างให้ครบขึ้น รวมทั้งดึงตัวประดับและตัวเงาที่หายไปตามยุคกลับมา งานนี้ทำให้ตัวอักษรอายุเกือบร้อยปีกลับเข้าไปอยู่ในไฟล์ที่นักออกแบบวันนี้เปิดใช้ได้จริง ถ้าย้อนดูตัวพิมพ์อังกฤษรุ่นก่อนหน้า จะเห็นว่าการหยิบของเก่ามาปรับให้ใช้ต่อเป็นวิธีที่เกาะอยู่กับวงการนี้มานาน เหมือนกับ Caslon ที่คนอังกฤษหยิบใช้ตอนไม่รู้จะเลือกอะไร

ตารางเดินรถราคาหนึ่งเพนนีเล่มนั้นไม่มีใครตั้งใจเก็บ มันรอดมาเพราะมีคนลืมมันไว้ในลิ้นชัก แล้ววันหนึ่งก็มีคนหยิบขึ้นมาสแกน ตัวอักษรที่ถูกวาดขึ้นเพื่องานที่คนมองผ่านกลับอยู่นานกว่าเนื้อหาที่มันเคยแบกไว้ อาจน่าลองสังเกตว่าตัวอักษรที่เราเห็นทุกวันนี้ ตัวไหนกำลังทำหน้าที่แบบเดียวกันอยู่โดยที่เราไม่ทันมอง
อ้างอิง: Monotype, Typotheque (Ben Archer), Mike Ashworth Collection, Monotype Recorder 1933
Photo credit: Mike Ashworth Collection, Jon Tan (jontangerine), Martin Burns, R/DV/RS, kitmasterbloke via Flickr (CC BY / CC BY-NC-SA / CC BY-NC-ND 2.0)
ชวนดูของในเว็บ

รับเขียนลายมือ ทำโลโก้ตัวอักษร การเขียนตัวอักษรด้วยมือยังเป็นจุดเริ่มของฟอนต์หลายตัว รวมทั้งป้ายร้านหนังสือที่กลายมาเป็น Gill Sans
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด